1.อยากเรียนต่อจีน แต่ไม่รู้จะเลือกคณะไหนดี?

3ปัจจัยที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ 


1.1 ค้นหาตัวเองก่อนว่า ชอบอะไร? หรือถนัดเรื่องอะไร? 

เช่น 

  • ชอบภาษาและการสื่อสาร  เหมาะกับคณะด้านภาษา ศิลปศาสตร์ นิเทศศาสตร์ การท่องเที่ยวและการโรงแรม


  • ชอบตัวเลขและการคำนวณ เหมาะกับคณะ บริหารธุรกิจ การเงิน บัญชี เศรษฐศาสตร์


  • ชอบเทคโนโลยี เหมาะกับคณะด้าน  IT, Computer Science, AI, Data Science


  • ชอบความคิดสร้างสรรค์  เหมาะกับคณะ สถาปัตย์ การออกแบบ นิเทศศาสตร์ สื่อดิจิทัล การตลาด


  • ชอบวางแผนและทำธุรกิจ เหมาะกับคณะ บริหารธุรกิจ การตลาด การจัดการ การค้าระหว่างประเทศ

1.2 ดูเรื่องค่าใช้จ่ายและความพร้อมทางการเงิน

  • ค่าเทอม : ศึกษาเรื่องค่าเทอมของหลักสูตร คณะหรือสาขาของมหาวิทยาลัยที่เราสนใจสมัคร 


  • ค่าครองชีพ:  ศึกษาเรื่องค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพแต่ละเมือง เมืองใหญ่อย่างปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ในขณะที่เมืองรองหรือมณฑลอื่นๆ ค่าครองชีพถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด


  • ทุนการศึกษา: ศึกษาข้อมูลทุนการศึกษา เช่น ทุนรัฐบาลจีน (CSC) ทุนขงจื่อ(CIS) หรือทุนมหาวิทยาลัย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเรียน

1.3 มองตลาดแรงงานและอนาคตของอาชีพ

  • ความคุ้มค่าระยะยาว: ลองมองไปถึงอนาคตว่า อาชีพหรือทักษะแบบไหนจะเป็นที่ต้องการในอีก 5–10 ปีข้างหน้า ติดตามเทรนด์ เทคโนโลยี AI และตลาดแรงงาน เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยให้เราเลือกคณะที่สามารถพัฒนาทักษะและต่อยอดไปกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้

2.คณะยอดนิยมเรียนต่อจีน พร้อมแนวทางเลือกให้เหมาะกับตัวเอง


  • คณะมนุษยศาสตร์ / คณะศิลปศาสตร์

เป็นคณะที่นักเรียนไทยและชาวต่างชาติเลือกเรียนมากที่สุด และสาขาที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือ สาขาที่เกี่ยวข้องกับภาษาจีน เช่น ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร ภาษาและวัฒนธรรมจีน เป็นต้น 

เหมาะสำหรับคนที่ชอบภาษา การสื่อสาร  ชอบงานล่าม/แปล ติวเตอร์ หรือคนที่ชื่นชอบในภาษาและวัฒนธรรมจีน 

  • คณะบริหารธุรกิจ / ธุรกิจระหว่างประเทศ

ปัจจุบันประเทศจีนถือเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็น ศูนย์กลางทางการค้าการลงทุนและเศรษฐกิจโลก ทำให้คณะด้านธุรกิจได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆในยุคปัจจุบัน

เหมาะสำหรับ คนที่สนใจด้านธุรกิจ เศรษฐกิจโลก ธุรกิจระหว่างประเทศ  หรือ คนที่สนใจพัฒนาต่อยอดธุรกิจ หรือมองหาโอกาสในการทำธุรกิจส่วนตัว

  • คณะเศรษฐศาสตร์

เป็นคณะที่เรียนเกี่ยวกับ เศรษฐกิจและการเงิน สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล และเป็นอีกหนึ่งคณะที่ยังได้รับความนิยม

เหมาะกับคนที่ชอบตัวเลข บัญชี การเงิน การวิเคราะห์ข้อมูล การวางแผน และคนที่สนใจเรื่องธุรกิจและเศรษฐกิจ 


  • คณะวิศวกรรม / IT / เทคโนโลยีดิจิทัล

เป็นอีกหนึ่งสายที่น่าสนใจสำหรับการเรียนเรียนต่อจีน และเป็นคณะที่มีแนวโน้มจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในอนาคต เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีและดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของคนยุคปัจจุบันมากขึ้น 

เหมาะสำหรับคนที่ชอบ  สายเทคโนโลยีและอยากพัฒนาเกี่ยวกับAi รวมถึงคนที่สนใจทำงานในสายโปรแกรมเมอร์ วิศวกร หรือสายงานด้านเทคโนโลยีในอนาคต


  • คณะแพทย์ / วิทยาศาสตร์สุขภาพ

เป็นสายเฉพาะทางที่มีการแข่งขันสูง ยังเป็นคณะที่มีความสำคัญในยุคปัจจุบันและได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง   และมีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปพร้อมกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากขึ้นในอนาคต


เหมาะกับคนที่มีความสนใจและอยากทำงานในสายงาน แพทย์ วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ นักวิจัย หรือวิชาชีพด้านสุขภาพในอนาคต 

 

3.เปิดลิสต์! คณะน่าเรียนในยุค AI จบแล้วต่อยอดสู่อาชีพอะไรได้บ้าง?


  • คณะวิศวกรรมศาสตร์

ถือว่าเป็นหนึ่งในคณะหรือสาขาที่อยู่เบื้องหลังของ AI และเทคโนโลยี เพราะ โครงสร้างพื้นฐานของระบบ AI  และเทคโนโลยี ต้องอาศัยความรู้ด้านวิศวกรรมในการออกแบบ พัฒนา ทดสอบและดูแลระบบ 

อาชีพ : วิศวกรในสาขาต่างๆ และสามารถต่อยอดไปสู่งานด้าน AI และเทคโนโลยีได้หลายด้าน  เช่น 

  • วิศวกร AI / วิศวกรหุ่นยนต์ (AI / Robotics Engineer)

  • วิศวกรซอฟต์แวร์ / วิศวกรคอมพิวเตอร์ (Software / Computer Engineer)


  • คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์และ Data Science

หลายองค์กรยังต้องการคนที่สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ วิเคราะห์ข้อมูล สร้างระบบ AI และสามารถดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ ทักษะด้าน AI ข้อมูล เครือข่าย และความปลอดภัยทางไซเบอร์ ถือเป็นทักษะที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในยุคปัจจุบัน

อาชีพ : สามารถต่อยอดได้หลากหลาย ทั้งในสายเทคโนโลยี สาย AI และ Data รวมถึงงานด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบต่างๆ เช่น

  • โปรแกรมเมอร์ / นักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer / Software Developer)

  • นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist)

  • นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst)

  • ผู้พัฒนา AI / Machine Learning Engineer

  • ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity


  • คณะแพทยศาสตร์และสายสุขภาพ

เป็นหนึ่งในอาชีพและสายงานที่เทคโนโลยีในยุคปัจจุบันยังทดแทนได้ไม่ทั้งหมด ทำให้เป็นคณะสาขาที่มีความสำคัญมาก จึงเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่อง

อาชีพ : แพทย์ เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์หรือนักวิจัย 

  • คณะสิ่งแวดล้อมและพลังงาน

งานกลุ่มนี้ยังมีความเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี วิศวกรรม ข้อมูล กฎหมาย ธุรกิจ และนโยบาย และเป็นกลุ่มผู้ที่มีความรู้ด้านพลังงานทดแทน วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม จึงอาจมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในอนาคต

อาชีพ : นักสิ่งแวดล้อม วิศวกรพลังงาน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการขยะและมลพิษ

  • คณะบริหารธุรกิจยุคดิจิตอล

ปัจจุบันการใช้  AI การตลาดดิจิตอล การวิเคราะห์ข้อมูล การเงิน การเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและการสร้างธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เป็นทักษะที่ได้รับความสนใจและได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น

อาชีพ : การเรียนด้านบริหารธุรกิจไม่ได้หมายความว่าเป็นเจ้าของธุรกิจหรือมีบริษัทเป็นของตัวเองเท่านั้น  แต่ยังสามารถต่อยอดความรู้ไปสู่งานได้หลากหลายด้านเช่นการตลาด  การเงิน  การบริหารโครงการ  การพัฒนาผลิตภัณฑ์  และการวางแผนธุรกิจเป็นต้น 

4.วางแผนเรียนต่อจีนกับ LIFP ช่วยให้การเตรียมตัวง่ายขึ้นอย่างไร?

สำหรับนักเรียนที่สนใจเรียนต่อประเทศจีน แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ไม่แน่ใจว่าควรเลือกคณะ มหาวิทยาลัย หรือเมืองไหนให้เหมาะกับตัวเอง LIFP THAILAND พร้อมช่วยวางแผนและให้คำแนะนำตั้งแต่เริ่มต้น

LIFP ช่วยดูแลอะไรบ้าง

  • ช่วยประเมินความเหมาะสมให้เราว่าเหมาะกับคณะไหน 

  • ช่วยแนะนำมหาวิทยาลัย และเมืองให้ตรงกับเป้าหมายของเรา

  • ช่วยวางแผนสมัครเรียนหรือสมัครทุนตั้งแต่เริ่มต้น 

  • ดูแลเรื่องเอกสารตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงการเดินทางไปประเทศจีน 

  • มีทีมงานทั้งฝั่งไทยและฝั่งจีน คอยช่วยดูแลและช่วยประสานงานตลอดจนถึงมหาวิทยาลัยที่ประเทศจีน 


คำถามที่พบบ่อย Q&A


Q:ถ้าไม่มีพื้นฐานภาษาจีน สามารถเรียนต่อมหาวิทยาลัยจีนได้ไหม?

A:หากไม่มีพื้นฐานภาษาจีนก็สามารถเรียนต่อที่จีนได้ โดยเส้นทางการเรียนต่อสำหรับคนไม่มีพื้นฐานภาษาจีนมีดังนี้


  • หลักสูตรอินเตอร์ (International Programs): เลือกเรียนในคณะหรือสาขาที่สอนเป็น ภาษาอังกฤษ โดยไม่ต้องใช้ผลสอบภาษาจีนในการสมัคร (แต่อาจต้องใช้ผลภาษาอังกฤษ เช่น IELTS/TOEFL) 

  • หลักสูตรเรียนปรับภาษา 1 ปี หรือทุนเรียนต่อจีนปริญาตรี 1+4 ปี เป็นอีกทางเลือกและโอกาสสำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานภาษาจีน

ปีแรกเรียนปรับภาษาจีน  เพื่อเตรียมความพร้อมสอบวัดความรู้ตามมาตรฐานมหาวิทยาลัยจีน

เมื่อผ่านเกณฑ์ที่กำหนด  สามารถศึกษาต่อระดับปริญญาตรี หรือมีโอกาสได้รับทุนตามเงื่อนไขของมหาวิทยาลัย



Q:ถ้าอยากเรียนต่อที่จีนระดับปริญญาตรี ต้องเตรียมตัวและใช้คะแนนอะไรบ้าง?

A: คะแนนสอบที่ต้องใช้ 

  • หลักสูตรภาคภาษาจีน :

  • HSK : ผลสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาจีน 

  • HSKK : ผลสอบทักษะการพูด มักใช้ควบคู่กับคะแนน HSK (ขึ้นอยู่กับคณะและมหาวิทยาลัยกำหนด)


  • หลักสูตรภาคอินเตอร์ :

  • IELTS หรือ TOEFL: ผลสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ เช่น IELTS ( คะแนนขั้นต่ำขึ้นอยู่กับคณะและมหาวิทยาลัยกำหนด )


  • (ทุกหลักสูตรอาจต้องใช้ผลสอบ CSCA เพิ่มเติมด้วย  เนื่องจากเป็นเกณฑ์และข้อกำหนดใหม่ที่หลายมหาวิทยาลัยในจีนเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในปี 2026 โดยวิชาที่สอบจะแตกต่างกันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของแต่ละคณะและมหาวิทยาลัย )

เอกสารที่ต้องเตรียม 

  1. หนังสือเดินทาง (passport)

  2. ใบรับรองจบมัธยมปลาย หรือ ใบรับรองคาดว่าจะจบ

  3. สำเนาผลการเรียน (Transcript) ระดับมัธยมปลาย

  4. เกียรติบัตร หรือผลงานกิจกรรม (Portfolio) *ถ้ามี*

  5. ผลสอบวัดระดับภาษา ( ผลสอบ HSK / HSKK หรือ IELTS / TOEFL และผลสอบCSCA )

  6. จดหมายแนะนำ

  7. แผนการศึกษา (Study Plan)

  8. ใบตรวจสุขภาพ (ตามแบบฟอร์มของมหาวิทยาลัยจีน)

  9. ใบรับรองประวัติอาชญากรรม 


Q:ถ้าพื้นฐานภาษาจีนยังไม่แน่น ควรเลือกเรียนภาษาจีนระยะสั้น หรือปริญญาตรี?

A: ให้ดูจาก “เป้าหมายและระดับภาษาของเรา” เป็นหลัก

  • เรียนภาษาจีนระยะสั้น 

เหมาะกับคนที่อยาก ปูพื้นฐานหรือค่อยๆพัฒนาภาษาก่อนและอยากทดลองใช้ชีวิตที่จีนก่อนตัดสินใจเรียนระยะยาว

  • เรียนปริญญาตรี 

เหมาะกับคนที่มีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากใช้ชีวิตที่จีนระยะยาว และอยากเรียนต่อระดับปริญญา พัฒนาทักษะภาษาจีนควบคู่ไปกับการเรียนสาขาที่สนใจ 

( ถ้าภาษายังไม่แน่น แต่ตั้งใจเรียนปริญญาตรี ก็สามารถเลือก หลักสูตรที่มีการเรียนปรับพื้นฐานภาษาจีนก่อนเริ่มเรียนได้ เช่น หลักสูตรปริญญาตรี 1+4 )





Q:เรียนคณะภาษาจีนที่ไทย หรือไปเรียนที่จีน แบบไหนดีกว่ากัน?

A:  จริงๆ ขึ้นอยู่กับความตั้งใจและเป้าหมายของเราว่า พร้อมกับการเรียนแบบไหนมากกว่ากัน 

  • เรียนที่จีน
    เหมาะกับคนที่อยากพัฒนาภาษาให้เร็วขึ้น เพราะได้ใช้ภาษาจีนในชีวิตประจำวันจริง ๆ และได้สัมผัสสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม และการใช้ชีวิตในจีนโดยตรง


  • เรียนที่ไทย
    หากมีความตั้งใจแล้วถึงแม้จะเรียนภาษาจีนอยู่ที่ไทย ก็สามารถพัฒนาทักษะภาษาจีนได้เช่นกัน ข้อดีคือประหยัดค่าใช้จ่าย และยังได้เรียน ได้ใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย ไม่ต้องกดดันปรับตัวกับการใช้ชีวิตในต่างประเทศ

( ถ้าเป้าหมายคืออยากเก่งภาษาจีนและอยากลองใช้ชีวิตที่จีน การไปเรียนที่จีนก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ )


#ทุนเรียนต่อจีน#เรียนต่อจีน LIFP รับปรึกษาขอทุนเรียนต่อประเทศจีน มอบทุนการศึกษาปรับภาษา 1 ปี และปริญญาตรี 4 ปี หรือ ปริญญาโท 2-3 ปี ไม่มีพื้นฐานภาษาจีนก็เรียนได้